ครอบครัวทำใจไม่ได้ที่สูญเสียหัวหน้าเหตุ เพลิงไหม้

เพลิงไหม้

ล่าสุด (9 พ.ค.) นางอรวรรณ ฤกษ์สนธิ อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอ่างทอง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เข้าร่วมช่วยอำนวยความสะดวกในการดับเพลิง เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองและลูกสาวช่วยกันโบกรถดับเพลิงให้เข้าดับไฟที่จุดด้านหลังโรงเรียน

ซึ่ง จ.ส.อ.บุญช่วย ที่มีบ้านอยู่ไม่ใกล้จากจุดเกิดเหตุเดินทางมาช่วยดับไฟที่โหมไหม้อย่างรุนแรง จู่ๆ จ.ส.อ.บุญช่วย ก็มีอาการเซจับบ่าลูกสาวตนก่อนที่จะล้มลง ตนเองจึงรีบแจ้งเพื่อนอาสาให้ช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต แต่มาทราบภายหลังว่า จ.ส.อ.บุญช่วย เสียชีวิต ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

เข่นเดียวกับ นายสิงห์ชัย ทศพร อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยอ่างทอง เปิดเผยว่า จ.ส.อ.บุญช่วย ออกมาช่วยดับไฟตั้งแต่ช่วงบ่ายวานที่ผ่านมา หลังมีเหตุ เพลิงไหม้ หญ้าบริเวณทุ่งด้านหลังวัดซึ่งตอนเกิดเหตุมีอากาศร้อนจัดจนเกิด เพลิงไหม้ เป็นวงกว้างโดยหลังใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็สามารถดับไฟที่ไหม้ทุ่งหญ้าได้

หลังจากเสร็จ จ.ส.อ.บุญช่วย ก็เข้าบ้านไปอาบน้ำเพื่อพักผ่อน แต่ก็บ่นกับคนที่ไปดับไฟด้วยกันว่าเหนื่อย ความดันขึ้นเพราะไม่ได้พักผ่อน พอช่วงค่ำก็เกิด เพลิงไหม้โรงเรียนอีก จ.ส.อ.บุญช่วยก็ออกมาช่วยฉีดน้ำดับเพลิงอีก จู่ๆ ก็ล้มลงซึ่งทางอาสู้ภัยกู้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก ซึ่งพอทราบว่าเสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะถือว่าพี่บุญช่วยเป็นผู้ที่เสียสละ ไม่คิดห่วงแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปที่บ้านของจ.ส.อ.บุญช่วย หมู่ที่ 5 ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พบญาติๆ ของ จ.ส.อ.บุญช่วย ซึ่งยังอยู่ในอาการช็อกหลังรู้ว่า จ.ส.อ.บุญช่วย เสียชีวิตลง โดยเฉพาะ ด.ต.หญิง บุญเรือน ชุ่มยิ้ม น้องสาวที่อยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนัก

ซึ่งบ้านดังกล่าว จ.ส.อ.บุญช่วย อาศัยอยู่กับมารดาที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงกับน้องสาว ส่วนบ้านอีกหลังอยู่ในอำเภอป่าโมกเป็นบ้านที่พักอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกอีก 2 คน

จากการพูดคุยกับ พันเอก หญิง สมหมาย แสงเกิดสุข ญาติของ จ.ส.อ.บุญช่วย เปิดเผยว่า เมื่อก่อน จ.ส.อ.บุญช่วย เป็นทหารอยู่ที่ จ.สระบุรี ก่อนที่จะลาออกมาทำงานที่เทศบาลตำบลศาลาแดง เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน สามารถดูแลมารดาที่ป่วยได้สะดวก โดยปกติเป็นชอบช่วยเหลือคนใครมีอะไรให้ช่วยก็จะไปช่วยตลอด

ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้ามืดก็ขับรถพามารดาไปที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อไปรับยาให้แม่ พอกลับมาบ้านช่วงกลางวันเกิดเหตุเพลิงไหม้หญ้าด้านหลังวัด ด้วยความที่เขาเป็นหัวหน้าพนักงานดับเพลิงจึงอดไม่ได้ที่ต้องออกไปช่วยแม้จะเหนื่อยจากการเดินทางกลับมาจากกรุงเทพ พอเกิดได้ไม่นานก็เกิดเพลิงไหม้โรงเรียนอีก จึงรีบออกไปช่วยคาดว่าไม่ได้พักผ่อนจนทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

เช่นเดียวกับ น.ส.นฤมล เสริมสวัสดิ์ เพื่อนบ้านและสนิทสนมกับครอบครัว จ.ส.อ.บุญช่วย บอกว่าที่แรกก็ไม่ทราบว่าเป็น จ.ส.อ.บุญช่วย ที่เสียชีวิตพอรู้ก็รู้สึกตกใจและใจหายเพราะพี่บุญช่วยเป็นคนดี มีอะไรก็ช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด รู้สึกเสียใจมากการเสียชีวิตของพี่บุญช่วยในครั้งนี้ถือว่าเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยจนต้องเสียสละชีวิตของตนเอง

สำหรับศพ จ.ส.อ.บุญช่วย ชุ่มยิ้ม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศพให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากอาการเหนื่อยประกอบกับมีโรคประจำตัวและพักผ่อนไม่เพียงพอจนทำให้เสียชีวิต โดยทางญาติเตรียมนำศพทำพิธีทางศาสนาต่อไป
ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com