เสพยาคลั่ง ล็อกบ้าน จู่ๆ ล้มฟุบสิ้นใจ กลายเป็นถูกขังอยู่กับศพ

เสพยาคลั่ง

เสพยาคลั่ง ล็อกบ้าน จู่ๆ ล้มฟุบสิ้นใจ กลายเป็นถูกขังอยู่กับศพ

เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตและมีคนถูกขังภายในบ้าน หมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวส์เฮ้าส์ 2 ชั้น ที่หน้าบ้านนายวรพล อายุ 31 ปี บาคาร่า ซึ่งเป็นชายที่ถูกขังอยู่ภายในบ้านและได้โทรศัพท์ให้เพื่อนมาช่วยเหลือออกมาจากบ้าน โดยพังประตูบ้าน ส่วนที่ห้องนอนชั้น 2 สภาพภายในห้องข้าวของกระจัดกระจาย มีหลอดบรรจุยาเสพติดและเข็มฉีดยาจำนวน 2 อัน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นบ้าน ไม่สวมเสื้อ นำเสื้อมาสวมเป็นกางเกง เสื้อสีดำลายขาวแดง มีเลือดออกปาก ไม่มีบาดแผลในตัว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพงษ์ธนกร อายุ 49 ปี

เสพยาคลั่ง ล็อกบ้าน จู่ๆ ล้มฟุบสิ้นใจ กลายเป็นถูกขังอยู่กับศพ

จากการสอบถาม นายอั๋น (นามสมมุติ) ทราบว่า นายวรพล ได้โทรหาบอกว่าอยู่กับพี่ พี่มอมยาถูกขังอยู่ในห้องไม่ให้ออกไปไหน ให้มาช่วยหน่อยและเอาไม้มาด้วย เมื่อมาถึงบ้านมืดหมดไม่มีไฟ เมื่อมาถึงจนจึงขึ้นไปบนบ้านกับญาติเขาและได้ถีบประตูเข้าไป และนำเพื่อนตัวเอาออกมา แต่เพื่อนตนก็เล่นยาเสพติดด้วย ตนได้ตะโกนถามแต่คนที่เสียชีวิต ไม่ตอบ จากนั้นตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปพบว่าเสียชีวิต เพื่อนตนเล่าว่าผู้เสียชีวิตได้พังข้าวของภายในบ้านจนพังหมดเห็นคัทเอาท์ไฟเป็นกล้องวงจรปิด

จากการสอบสวน นายวรพล อายุ 31 ปี คนถูกขังอยู่ในบ้านกับ ผู้เสียชีวิต ทราบว่า ตนรู้จักกับนายเอ ผู้เสียชีวิต มาประมาณเดือนหนึ่ง วันนี้นัดเจอกันครั้งแรก เมื่อเวลา 9 โมงเช้าตนและผู้เสียชีวิตได้ฉีดยาไอซ์เข้าไป 2 เข็ม จากนั้นผู้เสียชีวิตมีอาการคลั่งทำลายข้าวของ และได้ตีคัทเอาท์ไฟพังเพราะคิดว่าเป็นกล้องวงจรปิด จากนั้นได้ขังตนและผู้เสียชีวิตไว้ในห้อง ตนเปิดประตูไม่ได้เลยไลน์ไปหาเพื่อนให้มาช่วยเปิดประตูให้ ผู้เสียชีวิตมีอาการไอตอน 18.00 น.และก็นอนคว่ำหน้าไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด จากนั้นได้มอบร่างให้เจ่าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเพื่อนชายผู้สียชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่ง สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำและหาข้อเท็จจริงต่อไป