Gulab Jamun ชื่อเรียกผลหว้าในภาษาอูรดู

Gulab Jamun

Gulab jamun เป็นของหวานที่ใช้ในงานเลี้ยงสำคัญต่างๆ

Gulab jamun เป็น ของหวาน ที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงสำคัญๆ ไม่ว่าจะพราหมณ์หรืออิสลาม ไม่ว่าจะงานแต่งงาน งานวันเกิด และเทศกาลสำคัญๆทางศาสนา ไม่เฉพาะในอินเดีย และคนในแถบชมพูทวีป แต่ยังรวมไปถึงแถวหมู่เกาะต่างๆ เช่น เมาริเชียส ตรินิแดดฯ จาไมก้า ฯลฯ สันนิษฐานกันว่า มีที่มาจากขนมทอดของชาวเปอร์เซียที่เข้ามายึดครองอินเดียในช่วงหนึ่ง โดยชื่อนั้น มีที่มาจากภาษาเปอร์เซีย Gulab = กุหลาบ แปลว่า “น้ำของดอกไม้” และ Jamun = ชื่อเรียกผลหว้าในภาษาอูรดู

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำ Gulab Jamun คือ ส่วนไขมันจากนม ซึ่งชาวอินเดียใช้วิธีการต้มน้ำนมบนไฟต่ำๆเป็นเวลานานๆ จนส่วนที่เป็นน้ำระเหยหายไป เหลือแต่ไขมันที่แข็งตัวแล้ว เรียกว่า khoya (khoa) นำมานวดเป็นแป้งก่อนปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วนำไปทอดกรอบในกระทะไฟไม่แรงนัก ระดับ 148 องศาเซลเซียส แล้วสุดท้ายชุบในน้ำเชื่อมพร้อมโรยเครื่องเทศหอมประดับให้สวยงาม สีสันออกแดง-น้ำตาล จากแลคโตสธรรมชาติในแป้งนั้น
ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.jetradar.co.th/blog/top-10-sweets-from-10-countries/

ขนมปังอบชีสสายรุ้ง อยากกินก็อยากงบไม่ถึงร้อยทำอร่อยไม่ต้องซื้อ

ขนมปังอบชีสสายรุ้ง

ขนมปังอบชีสสายรุ้ง  ขนมปังชีสก็ขายดีแล้ว แต่ถ้าเติมสีสันหน่อยน่าจะเรียกลูกค้าได้มากขึ้นนะคะ

ขนมปังอบชีสสายรุ้ง พบกับวิธีทำขนมปังชีสสายรุ้ง จับชีสผสมกับสีต่าง ๆ แล้วเอาไปเรียงบนขนมปังทาเนย เสร็จแล้วเอาไปอบจนขนมปังกรอบและชีสเยิ้มเลยค่ะ

ส่วนผสม

• ขนมปัง 2 แผ่น
• มอสซาเรลล่าชีส 1 แพ็ก
• สีผสมอาหาร สีม่วง สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง (หรือสีอื่น ๆ เอาตามที่เรามีก็ได้ค่ะ)
• เนยสด เล็กน้อย

ขนมปังอบชีสสายรุ้ง

วิธีทำ

1. แบ่งมอสซาเรลล่าชีสใส่ภาชนะ 6 ส่วน

2. ใส่สีผสมอาหารลงในชีสแต่ละถ้วย ไม่ต้องใส่ให้สีเข้มนะคะ เพราะเวลาอบออกมาจะไม่น่ากิน

3. ทาเนยลงบนขนมปังแผ่นด้านบนแล้วนำชีสมาเรียงทีละสี จนครบ

4. นำขนมปังด้านที่ทาเนยลงไปปิ้งในกระทะใช้ไฟอ่อน ทาเนยลงบนขนมปังด้านบนอีกครั้ง ปิดฝาอบ 1 นาที จากนั้นกลับขนมปังอีกด้านลงไปปิ้ง ปิดฝาอบอีก 1 นาที เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

ค่าใช้จ่าย

1. ขนมปัง 6 แผ่น ราคา 30 บาท เราใช้ 2 แผ่น = 10 บาท
2. มอสซาเรลล่าชีส แพ็กละ = 70 บาท
3. สีผสมอาหารขวดละ 10 บาท ใช้สีละ 3 หยด ตกสีละ 2 บาท = 12 บาท
4. เนย = 5 บาท

ราคารวมทั้งสิ้น 97 บาท

แนะนำให้กินกับซอสมะเขือเทศจะอร่อยแบบฟินเลยค่ะ ถ้ากินแบบธรรมดามันจะเค็ม ๆ เลี่ยน ๆ ถ้าอธิบายไม่เข้าใจตรงไหน ถามได้นะคะ พอดีโดนสั่งให้ปิดคอมฯ เลยต้องรีบพิมพ์ไปนิดค่ะ

แหม ๆ ดึงให้ยืด ๆ ก่อนกินแล้วถ่ายรูปอวดลงโซเชียลฯ รับรองว่ายอดกดไลค์เพียบ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ลูกตาลเชื่อม สูตรขนมไทยรถเข็น เมนูสร้างอาชีพจากขนมหวานในตำนาน

ลูกตาลเชื่อม

ลูกตาลเชื่อม  ช่วงลูกตาลราคาถูก อยากให้มาลองทำเมนู

ลูกตาลเชื่อม จาวตาลคือ ต้นอ่อนตาลโตนด สามารถกินสด ๆ ได้ ถ้าเป็นจาวตาลอ่อน ๆ รสหวานกรอบอร่อย และนิยมนำไปเชื่อมทำเป็นขนมไทยเชื่อม ซึ่งการเชื่อมจาวตาลที่นิยมทำมี 2 แบบคือ จาวตาลเชื่อมเปียกแบบฉ่ำน้ำตาล และจาวตาลเชื่อมแห้ง จะมีลักษณะเป็นเกล็ดน้ำตาลแข็งเคลือบไว้และเก็บไว้ได้นาน วันนี้กระปุกดอทคอมขอเลือกนำวิธีทำจาวตาลเชื่อมเปียกมาฝาก เพราะในสมัยนี้หาซื้อมากินได้ยากพอดู รับรองว่า จาวตาลเชื่อมสูตรนี้อร่อยสมคำร่ำลือแน่นอนจับจาวตาลไปแช่น้ำสารส้มแล้วล้างออกให้สะอาด จากนั้นนำไปลวกสักครู่ และนำไปต้มในน้ำเชื่อมจนเดือดและเหนียว
ส่วนผสม  จาวตาลเชื่อม
จาวตาล 1 กิโลกรัม
สารส้มผสมน้ำ (สำหรับล้างจาวตาล)
น้ำตาลทราย 500 กรัม
น้ำเปล่า (สำหรับต้ม)
ลูกตาลเชื่อม
วิธีทำลูกตาลเชื่อม
1. ปอกเปลือกจาวตาลแล้วออกล้างให้สะอาด นำไปแช่ในน้ำผสมสารส้มทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปล้างน้ำเปล่าอีกครั้งให้สะอาด สะเด็ดน้ำเตรียมไว้
2. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่จาวตาลลงไปลวกประมาณ 10-15 นาที จนจาวตาลเริ่มสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำพักไว้สักครู่
3. ใส่จาวตาลลงในหม้อ แบ่งน้ำตาลทรายครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 250 กรัม) ใส่ลงไป เติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วม ปิดฝา ตั้งไฟรอจนเดือดประมาณ 15 นาที
4. เปิดฝาแล้วพรมน้ำสะอาดด้านบนจาวตาลที่เชื่อมไว้ ใส่น้ำตาลทรายที่เหลืออีกลงไป ปิดฝา ตั้งไฟต่อรอจนเดือดอีกครั้ง
5. กลับด้านจาวตาลจากบนลงล่างเพื่อให้จาวตาลดูดซึมน้ำเชื่อมเท่า ๆ กัน เคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ จนน้ำเชื่อมเดือดและเหนียว (หมั่นช้อนฟองออก) ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

ขบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

วุ้นไข่ สูตรขนมไทยรถเข็น เมนูสร้างอาชีพจากขนมหวานในตำนาน

วุ้นไข่

วุ้นไข่  เอาใจลูกค้าที่อยากกินเมนูวุ้นเก๋ ๆ ขอนำเสนอเมนูวุ้นไข่ จุดเด่นคือวุ้นมีลวดลายสวยงามจากไข่

วุ้นไข่ รสชาติกรอบกรุบไม่คาว เติมกลิ่นวานิลลาเพิ่มความหอม
ส่วนผสม วุ้นไข่
น้ำ 500 กรัม
ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 80 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง

วุ้นไข่

วิธีทำวุ้นไข่
1. ใส่น้ำเปล่า เติมผงวุ้นกับน้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลละลายดีและต้มวุ้นให้เดือด
2. ตีไข่ให้แตก ค่อย ๆ เทไข่ลงไปในวุ้นเป็นเส้นเล็กแล้วใช้ช้อนคนไข่ไม่ให้จับตัวเป็นก้อน
3. พอไข่สุกดีแล้วก็เทใส่กาน้ำนกหวีด เพื่อที่จะไปเทใส่พิมพ์ได้ง่าย ๆ เทวุ้นใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้ รอให้วุ้นเซตตัวก็กินได้ ถ้าใครชอบกลิ่นหอม ๆ ก็เติมกลิ่นวานิลลาได้ด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมตาล สูตรขนมไทยสีเหลืองนวลเนื้อเหนียวนุ่ม หอมอร่อย

ขนมตาล

ขนมตาล วันนี้เราก็มีวิธีทำขนมตาลมาฝาก เป็นสูตรมาจาก นิตยสาร Health & Cuisine ที่ได้ประยุกต์มาจากสูตรดั้งเดิมให้ทำได้ง่ายขึ้น มือใหม่ก็สามารถลองทำได้ ลองมาดูส่วนผสมและวิธีทำกันค่ะ

ขนมตาล  ขนมตาลเหนียวนุ่ม ขนมไทยสีเหลืองทองน่าหม่ำ รีบไปหาซื้อเนื้อลูกตาลแล้วเตรียมตัวเข้าครัวกัน

ส่วนผสม ขนมตาล

• น้ำตาลทราย 400 กรัม
• กะทิ 3 ถ้วย
• เนื้อลูกตาลสุก 350 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
• มะพร้าวทึนทึกขูดเส้นเล็ก (คลุกเกลือเล็กน้อยสำหรับโรยหน้า) 2 ถ้วย

ขนมตาล
วิธีทำขนมตาล

1. ละลายน้ำตาลทรายในกะทิ เติมเนื้อลูกตาลลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่แป้งและผงฟูลงไป คนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเนียน
2. กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ ประมาณ 10 นาทีให้ส่วนผสมขึ้น
3. ระหว่างรอขนมขึ้น ใส่น้ำในลังถึง ตั้งไฟกลางเตรียมไว้ เรียงถ้วยตะไลลงในลังถึง พอส่วนผสมครบเวลา ตักส่วนผสมยอดลงในถ้วยตะไลจนเต็มถ้วย โรยด้วยมะพร้าวทึนทึก นึ่งบนน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งสุก ยกลงจากเตา พักให้เย็นแซะออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

Tip : เนื้อลูกตาลสุกซื้อได้ที่ตลาดมหานาคตอนกลางคืน ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งจะมีขายตั้งแต่เดือนปลายเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

วัยรุ่นยุคใหม่ลองหันมาทำขนมไทย ๆ อย่างขนมตาลกันดูบ้างนะคะ อนุรักษ์ของไทย แล้วจะรู้ว่าขนมไทยเนี่ยก็อร่อยไม่แพ้เบเกอรี่ของฝรั่งเลยล่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

มันเชื่อม ขนมไทยเชื่อมเนื้อเงาวับนิ่มหนึบหวานอร่อยไม่แคร์พุง

มันเชื่อม

มันเชื่อม  แค่เอ่ยปากก็อยากกินแล้ว เมนูขนมมันสำปะหลังเชื่อม เนื้อสีเหลืองสวยเหนียวหนึบ ราดกะทิตัดเลี่ยน แล้วเราจะอ้วนไปด้วยกัน

มันเชื่อม ตอนนี้เริ่มเบื่อ ๆ เผือกเชื่อม ฟักทองเชื่อม และมันเทศเชื่อมแล้วล่ะ คงจะดีถ้ามีขนมไทยเชื่อม แบบอื่น ๆ บ้างเนอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมมันสำปะหลังเชื่อม หรือมันเชื่อม จับมันสำปะหลังต้มกับน้ำเชื่อมจนสุกและขึ้นเงา กินกับกะทิรสเค็ม ลองทำดูขั้นตอนไม่ยากเลยค่ะ

ส่วนผสม มันสำปะหลังเชื่อม

• มันสำปะหลัง 1 หัว
• น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
• น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)

ส่วนผสม กะทิสำหรับราด

• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

มันเชื่อม

วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

1. หั่นมันสำปะหลังเป็นท่อนสั้น ๆ ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด เตรียมไว้
2. ใส่น้ำตาลทรายลงในกระทะเทฟลอน (หรือกระทะทองเหลืองถ้ามี) ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ ใช้ไฟกลางเคี่ยวจนน้ำตาลทรายละลายหมด
3. เมื่อน้ำเชื่อมเดือดแล้วใส่มันสำปะหลังลงไปต้มจนมันเริ่มสุกบางส่วนแล้วลดเป็นไฟอ่อน จากนั้นเชื่อมมันไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดของมันสำปะหลังที่เราหั่น) จนน้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อมัน และเนื้อมันมีลักษณะใส ปิดไฟ พักไว้
4. ทำกะทิสำหรับราด โดยละลายแป้งข้าวโพดกับหัวกะทิเล็กน้อย ใส่เกลือป่นลงไปคนให้แป้งละลายหมดแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้นและเหนียว ปิดเตา พักไว้จนเย็น
5. ตักมันสำปะหลังเชื่อมใส่ถ้วย ราดด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมชั้นใบเตย ขนมหวานขนมไทยสีสันสดใส เนื้อเหนียวนุ่ม

ขนมชั้นใบเตย

ขนมชั้นใบเตย   ขนมชั้นที่เรากินกันทุก ๆ วันจะเห็นว่า มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นชั้น ๆ

ขนมชั้นใบเตย  แบบที่เป็นรูปดอกไม้ หรือนำมาพันเป็นขนมชั้นดอกกุหลาบก็มี และหลายคนก็อาจจะเข้าใจไปว่า ขนมชั้นนั้นทำยาก จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ ส่วนผสมก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น

ส่วนผสม ขนมชั้น

• น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
• น้ำกะทิ 4 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
• แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
• น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
• น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
• ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

ขนมชั้นใบเตย
วิธีทำขนมชั้น

• ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
• นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้

• ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง

• แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้

• ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)

• นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

จริง ๆ แล้วขนมชั้นแบบไทย ๆ ก็ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ส่วนผสมก็ไม่เยอะ ถึงแม้ขั้นตอนการทำจะดูยุ่งยากไปสักนิด แต่เราก็ได้ขนมชั้นฝีมือตัวเองไว้กินเล่น ๆ แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง สูตรขนมไทยธัญพืช อร่อยปากทำง่ายเติมสุขภาพ

ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง

ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง  หลังจากกินขนมงาทอดไส้ถั่วเหลืองมาแล้ว ก็ลองเปลี่ยนมาทำเมนูขนมงาทอดไส้ถั่วแดง

ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้แป้งผสมกะทิเพิ่มความหอมมัน สอดไส้ถั่วแดงบด ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วคลุกงาจนทั่ว
​​
ส่วนผสม ขนมงาทอด

• แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1 ช้อนชา
• กะทิ 80 มิลลิลิตร
• น้ำ 80 มิลลิลิตร
• ถั่วแดงกวน
• งาขาวและงาดำ
​​ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง

วิธีทำขนมงาทอด

1. นำแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ เกลือ กะทิ และน้ำใส่อ่างผสม นวดให้เข้ากันจนแป้งเนื้อเนียน
2. นำไส้ถั่วแดงกวนปั้นให้กลมและนำแป้งมาห่อ โดยปั้นแป้งให้กลมแล้วรีดแป้งให้แบนก่อนจึงใส่ไส้ถั่วแดงลงไป
3. หุ้มแป้งแล้วค่อยคลึงเป็นก้อนกลม คลุกงาที่เตรียมไว้ให้ทั่วแป้ง
4. นำไปทอดไฟกลาง ต้องหมั่นคนตลอดเวลาให้แป้งสุกทั่วกัน

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง สูตรแป้งกรอบเหนียวนุ่มทำง่ายอร่อยเพลิน
​​
จบไปแล้วสำหรับขนมไทยธัญพืช ใครชอบเมนูไหนก็ลงมือทำกันเลยค่ะ สำหรับเราขอทำเมนูข้าวฟ่างเปียกก่อนเลย เพราะไม่เคยกินเลยในชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

วิธีทำลูกเดือยเปียก ขนมไทยง่าย ๆ แต่ประโยชน์แน่นใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง

วิธีทำลูกเดือยเปียก

วิธีทำลูกเดือยเปียก  เกาะกระแสการกินลูกเดือย (Job’s Tears) อีกหนึ่งธัญพืชที่มีประโยชน์มากมายหลายอย่าง เต็มไปด้วยวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามิน A ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนแอ

วิธีทำลูกเดือยเปียก มีฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูกได้ และอีกมากมาย วันนี้กระปุกดอทคอมขอเสนอเป็นขนมหวานแบบไทย ๆ นั่นคือ ลูกเดือยเปียก ให้ได้ลองทำกัน เคี้ยวกรุบ ๆ กรอบ ๆ หวานหอม ทำไม่ยากแอบมีประโยชน์แฝงไว้ด้วยนะ

ส่วนผสม ลูกเดือยเปียก

• ลูกเดือยแห้ง 1 ถ้วย
• น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
• เผือกหั่นเต๋า (หรือธัญพืชอื่น ๆ ตามชอบ เช่น เม็ดบัว, ถั่วแดงต้มสุก, ฟักทอง)
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (ปรุงรส)
• แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อมะพร้าวอ่อน

วิธีทำลูกเดือยเปียก

วิธีทำ

1. แช่ลูกเดือยในน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืนจนลูกเดือยเริ่มนิ่มขึ้น จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. นำลูกเดือยที่แช่น้ำแล้วไปต้มจนสุกและบานออก ประมาณ 10-15 นาที ใส่เผือกที่หั่นไว้ลงไปต้มจนสุกนิ่ม จากนั้นใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายหมด
3. พอน้ำตาลทรายละลายแล้ว ค่อย ๆ เทแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป คนจนส่วนผสมเริ่มเหนียวและใส จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคลุกให้เข้ากัน ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้สักครู่ให้ขนมเริ่มเช็ตตัว ตักใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดหน้า (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

• กะทิสำเร็จรูป 1/2 กล่อง
• เกลือป่น เล็กน้อย
• แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

• ต้มกะทิกับเกลือป่นในหม้อพอร้อน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไปคนผสมให้เข้ากันจนมข้น ยกลงจากเตา เตรียมไว้สำหรับราดหน้าลูกเดือยเปียก

ของดีมีประโยชน์ใครว่าจะทำยากกินยางเสมอไปเนอะ ถึงจะเป็นขนมหวานแบบไทย ๆ ชวนอ้วน แต่อย่างน้อย ๆ ก็ได้ประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้วย ถัว ๆ กันไปเนอะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

สาคูเปียก ขนมหวาน ขนมไทยหวานอร่อยหอมกะทิหาซื้อมารับประทานได้

สาคูเปียก

สาคูเปียก เป็นขนมไทยอีกชนิดที่หลายคนนิยม กับรสชาติหวาน ๆ หอม ๆ ลื่นคอ หาซื้อมารับประทานได้ค่อนข้างง่ายทีเดียว ตามร้านขนมไทยก็มักจะตักใส่ถุงแยกกะทิวางขายให้เห็นอย่างคุ้นตา

สาคูเปียก  แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าอยากจะทำเองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด วันนี้เราก็ไม่ลืมที่จะนำสูตรและวิธีทำมาฝากให้ลองทำกันนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย

น้ำ 2 ถ้วย

เมล็ดข้าวโพด 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย

เกลือป่น เล็กน้อยสำหรับปรุงรส

สาคูเปียก
วิธีทำ

1. ล้างสาคูในน้ำให้สะอาด เตรียมไว้

2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มจนสุก และใส จากนั้นใส่เมล็ดข้าวโพด และน้ำตาลทราย ต้มต่อจนเดือด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้

3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย ต้มจนเดือด และข้น จากนั้นตักหยอดหน้าสาคูเปียกที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

ถ้าใครชอบมะพร้าวอ่อน เผือก หรือธัญพืชอื่น ๆ ก็สามารถใส่ลงไปได้นะคะ แค่นี้ก็ได้ขนมไทยอร่อย ๆ ไว้รับประทานแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/