‘บุนเดส’ อาจยกเลิกซีซั่นนี้ เตรียมจัดประชุมด่วน !

บุนเดส

 

บุนเดส สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) ได้เตรียมการ จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการหยุดการแข่งขันบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2019-20 หลังมีการเปิดเผยว่า ทิโม ฮูเบอร์ส กองหลัง ฮันโนเวอร์ ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก บิลด์ เปิดเผยว่า เดเอฟเบ และเหล่าผู้บริหาร 36 คนจากบุนเดสลีกา และลีกา สอง มีกำหนดที่จะพบกันในช่วงต้นสัปดาห์หน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการที่ควรดำเนินการหลัง แองเจล่า เมอร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีเยอรมันเตือนว่าผู้คน 70% ในประเทศอาจติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้

มีเกมการแข่งขันที่ถูกยกเลิก และปิดสนามเตะ ในทางของ เยอรมันเองก็พร้อมที่จะหยุดการแข่งขันในฤดูกาลที่เหลือหากเห็นว่ามีความจำเป็นจริงๆ

“เราจะดำเนินการตามสถานการณ์ สิ่งต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน” แหล่งข่าวใกล้ชิดอ้างถึงคำพูด ขณะที่เกมการแข่งขันในบุนเดสลีกาสุดสัปดาห์นี้ก็จะเล่นโดยที่ไม่มีผู้ชมในสนาม

แหล่งที่มา  thsport

ฮาแลนด์ “รับตามตรงว่าไม่อยากดวลด้วย”

ฮาแลนด์

ฮาแลนด์ ถึงแม้ว่าจะทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนเป็นฝันร้ายของบรรดากองหลัง แต่ก็ยอมรับว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ลิเวอร์พูล คือคนที่ตนไม่อยากดวลด้วย หลังจากที่ ฟาน ไดค์ เป็นนักเตะที่เก่งทุกด้าน พร้อมบอกว่ายังไม่มีความคิดที่จะบอกลา “เสือเหลือง” “ผมเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเอง ผมมีความสุขมากๆ กับที่นี่ ผมอยากประสบความสำเร็จในหลายๆ อย่าง ผมมีสมาธิอยู่กับเรื่องนั้นเท่านั้น สนามของทีมมันทำให้ผมฮึกเหิมสุดๆ และผมก็รู้สึกดีกับที่นี่”

เขาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ หลังจากโชว์ฟอร์ม ได้ยอดเยี่ยมทั้งช่วงครึ่งฤดูกาลแรกกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยการทำไป 28 ประตู จากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ และกับ ดอร์ทมุนด์

ด้วยผลงาน 12 ประตู จากการลงสนาม 10 นัดในทุกรายการ แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มเล่นกับ “เสือเหลือง” เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ตาม โดยในฤดูกาลนี้ ฮาแลนด์ เคยดวลกับ ฟาน ไดค์ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว

ในตอนที่เจ้าตัวยังอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก และเขาก็ทำประตูใส่ “หงส์แดง” ได้ด้วย แต่วันนั้น ซัลซ์บวร์ก ก็แพ้ไป 3-4

 

หลังจากโดน ฟร้องซ์ ฟุตบอล สื่อด้านลูกหนังชื่อดังถามว่ากองหลังแบบไหนที่เขาไม่อยากเผชิญหน้าด้วยมากที่สุดแล้วนั้น ฮาแลนด์ ก็ตอบว่า “ฟาน ไดค์ เขาเก่งมากๆ เขาทั้งแข็งแกร่งและมีความเร็ว เขามีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมทุกอย่าง เขาเป็นนักเตะที่เก่งสุดๆ”

แหล่งที่มา siamsport

ป็อกบา แฉแมนยู เล็งคว้ามิดฟิลด์ ทุ่ม 70 ลป. !

ทัพปีศาจแดง

 

ทัพปีศาจแดง ดูเหมือนว่าอนาคตของมิดฟิลด์แชมป์โลกอย่าง ปอล ป็อกบา ใกล้จะมาถึงทางตันแล้ว ล่าสุดได้มีการเปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมทุ่มเงินกว่า 70 ล้านปอนด์เพื่อดึงกองกลางสัญชาติอังกฤษรายนี้เข้าสู่ทีมในฤดูกาลหน้า

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านๆมามี เริ่มกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจพิจารณาขาย ป็อกบา ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ หลังจากที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้มีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งจนทำให้โอกาสลงสนามของเจ้าตัวให้กับทีม น้อยมากๆ อีกทั้งหลังจบซีซั่นนี้ ป็อกบา จะเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงแค่ปีเดียว ส่งผลให้ทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์จำเป็นต้องรีบปล่อยตัวกองกลางวัย 26 ปีรายนี้หลังจบฤดูกาลนี้
ทำให้ล่าสุด “เดอะ มิร์เรอร์” สื่อดังของเกาะอังกฤษได้รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมแผนการเพื่อคว้าตัว “แจ็ค กรีลิช” เพลย์เมคเกอร์นักเตะตัวเก่งของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลล่า หลังจากที่กองกลางเลือดผู้ดีรายนี้แสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นในซีซั่นนี้ ถึงแม้ว่าผลงานโดยรวมของต้นสังกัดจะไม่ค่อยสู้ดีนักและสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น
โดยในรายงานระบุ เตรียมยื่นข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ให้กับแอสตัน วิลล่าได้พิจารณาเพื่อแลกกับการคว้าตัว กรีลิช มาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่าถ้าหากดีลนี้ลุล่วงไปด้วยดี กรีลิช จะได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือมากกว่าค่าเหนื่อยที่เจ้าตัวได้อยู่กับแอสตัน วิลล่าในตอนนี้ถึง 3 เท่า

แหล่งที่มา smmspor

แมนยูจ่อตั้งผู้อำนวยการ จัดเตรียมแต่ง รับตำแหน่งเดียวกันในถิ่นโอลด์

รับตำแหน่ง

รับตำแหน่ง แมนฯ ยูไนเต็ด หฝ่าส์ กัมโปส ผู้อำนวยการบอล ลีลล์ โดย กัมโปส เคยสายตาเฉียบคมจนกระทั่งพบความสามารถพิเศษของนักฟุตบอลอย่าง คีลิจนถึง เอ็มบั๊ปกระเป๋า มาแล้ว
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชมรมดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตั้ง หฝ่าส์ กัมโปส ผู้อำนวยการบอลของ ลีลล์ สมาพันธ์ในศึก ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส เข้ามาเป็นผู้อำนวยการบอลของพวกเขาแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

ซาตานแดง กลายเป็นข่าวสารเกี่ยวกับการแต่งผู้อำนวยการคนแรกในประวัติศาสตร์ของกลุ่มมานานแล้ว โดยผู้ที่กลายเป็นข่าวสารกับตำแหน่งนั้นมียกตัวอย่างเช่น ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ แล้วก็ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ฯลฯ แต่ว่าจนแล้วจนรอดมันก็ยังไม่มีการเอาคนใดมารับตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการสักครั้ง

สำหรับ กัมโปส นั้น ได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ที่เคยแลเห็นความสามารถพิเศษของนักฟุตบอลฝีเท้าดีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เขาเหล่านั้นยังไม่ดังเท่าใดหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนอยู่กับ อาแอส โมนาโก ดังเช่นว่า คีลิจนถึง เอ็มบั๊ปกระเป๋า ฟาบินโญ่ กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา แล้วก็ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล ฯลฯ แถมยังคุ้นเคยกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คนเดี๋ยวนี้ด้วย

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าที่จริง มูรินโญ่ อยากได้ กัมโปส มาร่วมงานกับเขาตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เจ้าตัวยังจับบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว แต่ว่าในขณะนั้น เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด โต้แย้งกับไอเดียดังที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยเหตุว่ากลัวว่ามันจะก่อให้ มูรินโญ่ มีอำนาจด้านในกลุ่มมากเกินความจำเป็น ซึ่งในช่วงเวลานี้ วู้ดเวิร์ด กลับใจแล้ว…

เปิดตัว ขอนแก่น ดาวรุ่งร่วมกองทัพลุยไทยลีก 2

ดาวรุ่งร่วมกองทัพ

ดาวรุ่งร่วมกองทัพ บิ๊กต้อม วัฒนา ช่างเหลา ประธานสมาคมขอนแก่น ยูไนเต็ด ตกลงเซ็นสัญญาพร้อมเปิดตัว เจ้าเจมส์ ศุภแขน ชีกว้าง เซนเตอร์วัยเพียง 17 ปี ผู้ครอบครองความสูง 188 เซนติเมตร ชายหนุ่มลูกหลานชาวขอนแก่นร่วมกองทัพฝ่าไทยลีก 2

สำหรับ ศุภกร ชีกว้าง ส่งผลงานระดับนักฟุตบอลขาสั้นหลายรายการกับ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย อาทิเช่น แชมป์ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ, แชมป์บอลกรมพลศึกษา แชมป์บอล ม.ว.ก.จังหวัดนนทบุรี คัพ รวมทั้งการเล่นให้กับ

หลายสมาพันธ์ เป็นต้นว่า รุ่น ยู-15 กางงค็อก ยูไนเต็ด, ยู-17 อาร์มี่ ยูไนเต็ด และก็ ยู-19 การท่าเรือ เอฟซี ก่อนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของขอนแก่นยูไนเต็ด…

หลังเปิดบ้านชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 วอนแฟนบอลหยุดโห่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เฮดผู้ฝึกสอนกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขอให้เชื่อมั่นกลุ่ม

หลังเปิดบ้านชนะ

หลังเปิดบ้านชนะ  โซลชาร์ คุมกองทัพอสุรกายแดงเปิดบ้านกระหน่ำ เบิร์นลี่ย์ 4-0 เมื่อคืน อย่างไรก็ดีแฟนบอลกลับแผดเสียงโห่ใส่กระดานบริหารตลอดทั้งเกม

ผมยังคลุมเคลือว่า นักเตะในสนาม ได้ยินมันไหม แม้กระนั้นผมได้ยินมันนะ ชมรมพวกเราควรจับกลุ่มกันไว้เพื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน โซลชาร์ กล่าวข้างหลังจบเกม

ผมอาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ผมมาตรงนี้ผมก็ได้รับการหนุนภายหลังจากผู้ครอบครองกลุ่ม รวมทั้งเอ็ด พวกเขาช่วยเหลือผมมาตลอด ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมต้องการให้ทุกคนสามัคคีกัน

เรายังอยู่ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน พวกเรายังอยู่ในค้างราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ แล้วก็พวกเรายังอยู่ชั้นห้าในลีก พวกเรายังอยู่ในทางอยู่ เราปรับปรุงขึ้นมาจากฤดูที่แล้ว พวกเรายังมียูโรป้า ลีก

พวกเขาเพียงแค่จำต้องเชื่อ เมื่อผมกล่าวว่าพวกเรากำลังทำอะไรหลายแบบที่ดีเยี่ยมๆอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง พวกเรากำลังมุ่งหน้าเพื่อไปสู่แนวทางที่ดี

ทดลองดูกลุ่มของพวกเราวันนี้ อีกทั้งทัศนคติ ทั้งยังการวิ่งขึ้นลงในเกม มันเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มที่จะทำให้พวกเราเดินหน้าไปต่อได้ โซลชาร์ กล่าวตบท้าย

โซลชาร์ วอนแฟนบอล หยุดโห่กระดานบริหาร,ขอให้เชื่อถือกลุ่ม…

เปิดฉากงานโค้ช ดิเอโก ฟอร์ลัน เป็นผู้จัดการทีม เปนญารอล ทีมในลีกจอมโหด

ดิเอโก ฟอร์ลัน

ดิเอโก ฟอร์ลัน ตำนานหัวหอกกลุ่มชาติอุรุกวัย แปลงเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ของสโมสร เปนญารอล ทีมในลีกภูมิลำเนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำนักข่าวเมืองนอกรายงานวันที่ 21 ธันวาคม ว่า ดิเอโก ฟอร์ลัน อดีตกาลนักฟุตบอลชื่อดังของโลกที่เริ่มค้าหน้าแข้งกับทีมอินเดเพนเดียนเต ก่อนย้ายไปเล่นในทวีปยุโรปกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บีญาร์เรอัล, แอตเลตำหนิโก มาดริด แล้วก็ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งชมรมท้ายที่สุดที่เจ้าตัวเล่นด้วยก่อนที่จะประกาศห้อยสตั๊ดในตอนส.ค.ก่อนหน้านี้เป็น คิตฉี กลุ่มดังในลีกประเทศฮ่องกง

ปัจจุบันมีการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วว่า “ฟอร์ลัน” จะหันไปจับงานผู้จัดการทีมให้กับกลุ่มเปนญาคอยล สมาคมบอลในลีกรกราก โดยจะมี ขว้างโบล ฟอร์ลัน พี่ชายของเขาปฏิบัติหน้าที่สตาฟฟ์ในกลุ่ม รวมทั้ง ขว้างโบล ซีเนียร์ ผู้เป็นบิดาปฏิบัติหน้าที่พินิจพิจารณากลยุทธ์เล่น ซึ่งสมัยก่อนหัวหอกที่เคยมาลำแข้งในศึกเจลีก ญี่ปุ่น กับเซเรโซ โอซากา จะเปิดฉากการควบคุมกลุ่มทีแรกในมกราคมที่จะถึงนี้

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/1731223

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

เหลือมยาว

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

มันใหญ่มาก “งูเหลือม” ยาว 5 เมตร โผล่ซอยอ่อนนุช 88 ขณะที่ชาวบ้านเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยประเวศช่วยจับ จากนั้นเตรียมนำส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เหลือมยาว

แฟนเพจเฟซบุ๊ก สถานีดับเพลิงประเวศ โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวน 7 คน กำลังอุ้มงูเหลือมขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า “เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุพระราม 199 เหตุบริการประชาชน จับงูเหลือมยาวประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรียบร้อย สถานที่เกิดเหตุ ซอยอ่อนนุช 88 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ”

เหลือมยาว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตอนนี้ได้พา งูเหลือม 5 เมตร มาอยู่ที่สถานี จากนั้นจะนำส่งให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่บางเขน.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก สถานีดับเพลิงประเวศ

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

รัชกาลที่

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยอดทีมแดนผู้ดี ร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 13 ต.ค.62 “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่างเป็นทางการของสโมสร ที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 73 ล้านคน.

รัชกาลที่

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

ในปัจจุบัน โซเชียลมีเดียต่างแทรกซึมเข้าไปในเกือบทุกอณูของชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงและติดต่อกับผู้อื่นได้เหนือสถานที่และกาลเวลา การรับรู้ข่าวสารประจำวัน และอื่น ๆ จนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าจะเอาเวลาไปทำอะไร เมื่อต้องหยุดใช้โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาแกรม เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันหลายวัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีกระแสข่าวมากมายที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของเฟซบุ๊ก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเคมบริดจ์ อนาไลติกา หรือ การแอบฟังผู้ใช้งานผ่านเฟสบุ๊กเมสเซนเจอร์ (Facebook messenger) ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการใช้โซเชียลมีเดียส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากเพียงใด และจากกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดข้อเสนอว่าผู้คนควรยุติการใช้เฟซบุ๊กหรือใช้เวลากับเฟซบุ๊กให้น้อยลง

จากการศึกษาผ่านนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวนกว่า 1,769 คน พบว่า ในกลุ่มนักศึกษาที่ทดลองหยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์นั้น จะได้รับข่าวสารน้อยลง มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีการประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กสูงขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ยังไม่ได้มีการหยุดใช้เฟซบุ๊ก

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

บทความทางวิชาการที่ทำการศึกษาข้างต้นมีชื่อว่า The economic effects of Facebook ซึ่งเพิ่งถูกเผยแพร่

ในวารสารเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองระหว่างประเทศในในอาทิตย์นี้ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวมีคณะผู้ศึกษาคือโรแบร์โต โมสเกรา จากมหาวิทยาแห่งอเมริกาของเอกวาดอร์ (Ecuador’s Universidad de las Americas) โมฟิโอลูวาซาเดมิ โอดูโนโว เทรนท์ แมกนามารา เสี่ยวเฟ่ย โกว และ เรแกน แพทรี จากมหาวิทยาลัยเทกซัส เอแอนด์เอ็ม โดยเป็นการมุ่งศึกษามูลค่าเชิงเศรษฐกิจของการใช้เฟซบุ๊กสำหรับผู้ใช้งานและผลกระทบเกี่ยวกับการรับรู้ข่าวสาร สุขภาพ และกิจกรรมทั่วไป

การศึกษาจะแบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มนักศึกษาที่ต้องหยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มสามารถใช้งานเฟซบุ๊กได้ตามปกติ และหลังจากนั้นคณะวิจัยจะให้นักศึกษาในแต่ละกลุ่มประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กอีกครั้งหลังจากการทดลอง

โดยปกติแล้วผู้กลุ่มตัวอย่างใช้เวลาเล่นเฟซบุ๊กเฉลี่ย 1.9 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ บนเฟซบุ๊ก

ผลจากการทดลองหยุดใช้เฟซบุ๊ก

จากการศึกษา พบว่ากลุ่มนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นการชั่วคราว มีการรับรู้ข่าวสารที่ลดน้อยลง และ

ไม่ได้ทดแทนการติดตามข่าวสารจากเฟซบุ๊ก ด้วยการติดตามข่าวสารจากช่องทางดั้งเดิม (Traditional Media) เช่น สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือ วิทยุ

“โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมการศึกษาที่อยู่ในกลุ่มหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวบริโภคข่าวสารได้น้อยลง โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานคือ 0.64 (ค่าความน่าจะเป็น <0.05) และผลการศึกษานี้ครอบคลุมไปถึงข่าวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข่าวกีฬา การเมือง หรือการรายงานสภาพอากาศ”

นอกเหนือจากการได้รับข่าวสารน้อยลงแล้ว นักศึกษาในกลุ่มที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราว ยังพบว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ไปรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง มีแรงจูงใจในการซื้อสิ่งต่าง ๆ น้อยลง และใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น อีกทั้งยังพบว่าการหยุดใช้เฟซบุ๊กยังทำให้มีความเครียด หรือ ความกดดันดันลดน้อยลงอีกด้วย

“ผลการศึกษาของเราชี้ว่าการใช้เฟซบุ๊กทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้าได้” นอกจากนี้ คณะผู้ศึกษายังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่นักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวมีความเครียดลดลงอาจเป็นเพราะพวกเขาได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น และอาจจะเป็นเพราะพวกเขาอ่านข่าวหรือรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ น้อยลง

ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น ผู้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ได้ประเมินคุณค่าของเฟซบุ๊กเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงก่อนที่ยังไม่ได้หยุดใช้ถึงร้อยละ 20 ซึ่งคณะผู้ศึกษาได้อธิบายผลการศึกษาดังกล่าวไว้ว่าเป็นเพราะ การใช้เฟซบุ๊กนั้นก่อให้เกิดการเสพติด (addiction) ทำให้เมื่อให้หยุดใช้นานเท่าไหร่ คนที่เข้าร่วมการศึกษาจะยิ่งประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะมีความอยากกลับไปใช้เพิ่มสูงขึ้น

หรือสาเหตุอื่น ๆ เช่น กลุ่มตัวอย่างต้องการค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการหยุดใช้เฟซบุ๊กอีกหนึ่งอาทิตย์ หรือ เหตุผลที่ว่าการมีอารมณ์ที่ดีขึ้นหรือการมีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่สามารถทดแทนการเข้าถึงข่าวสารที่น้อยลงได้

ผลการศึกษาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ NYU ที่เพิ่งเผยแพร่ไปเมื้อต้นปีนี้ ที่ศึกษาพบว่าผู้ใช้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กมีสุขภาพที่ดีขึ้นและรับรู้ข่าวสารได้น้อยลง

การตระหนักรู้ในข่าวสาร

นอกจากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวและการประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กแล้วนั้น คณะผู้ศึกษายังได้วัดการตระหนักรู้เกี่ยวกับข่าวของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีวิธีการศึกษาดังต่อไปนี้

ก่อนหน้าที่จะทำการสำรวจหนึ่งสัปดาห์ คณะผู้ศึกษาได้ทำการรวบรวมพาดหัวข่าวของข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของสหรัฐอเมริกาจำนวน 11 สำนักข่าว เช่น หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ หนังสือพิมพ์เดอะวอร์ชิงตันโพส และหนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์ เป็นต้น และรวบรวมพาดหัวข่าวของ เบรตบาร์ตนิวส์ (Breitbart news) สำนักข่าวฝ่ายขวาสุดโต่งของสหรัฐอเมริกา เป็นตัวแทนของสำนักข่าวที่มีการพาดหัวข่าวแบบบิดเบือน โดยในช่วงนั้นที่ทำการรวบรวมนั้นไม่มีข่าวที่เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ อย่าง การกราดยิงครั้งใหญ่ หรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

จากนั้นกลุ่มตัวอย่างจะได้อ่านพาดหัวข่าวของ 6 สำนักข่าวกระแสหลักที่ถูกเลือกมาโดยการสุ่ม และอีกหนึ่งพาดหัวข่าวจากสำนักข่าวที่มักจะบิดเบือนหัวข้อข่าวหรือเนื้อหาของข่าว หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมการศึกษาต้องทำแบบทดสอบโดยจะถูกถามว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจริง โดยพาดหัวข่าวของสำนักข่าวกระแสหลัก 2 ข่าวจะถูกเปลี่ยนเล็กน้อย แต่พาดหัวข่าวที่เหลือได้ปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ จริง

ผลการศึกษาจากการแบบทดสอบเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของข่าวของนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวพบว่า “การหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวไม่มีผลกระทบกับการตระหนักรู้ของข่าวที่มาจากสำนักข่าวกระแสหลัก” กล่าวคือ เมื่อถามนักศึกษากลุ่มดังกล่าวว่า พาดหัวข่าวของสำนักข่าวกระแสหลักนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ การหยุดใช้เฟซบุ๊ก ไม่ได้ทำให้พวกเขาตอบถูกมากขึ้นหรือน้อยลง

แต่ในกรณีของสำนักข่าวที่มักจะมีพาดหัวข่าวที่บิดเบือน เช่น เบรตบาร์ตนิวส์พบว่า “กลุ่มนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กหนึ่งสัปดาห์ร้อยละ 22.1 มีแนวโน้มที่ไม่มั่นใจเกี่ยวกับพาดหัวข่าวของสำนักข่าวเบรตบาร์ต ทั้งข่าวปกติทั่วไป และข่าวการเมือง”

กล่าวในอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กหนึ่งอาทิตย์มีความสามารถในการแยกแยะข่าวปลอมเท่ากับก่อนหน้าที่ไม่ได้หยุดใช้ แต่กลับมีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับพาดหัวข่าวหรือข่าวของสำนักข่าวที่บิดเบือนอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะตอบคำถามว่า “ไม่รู้” (ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่) มากกว่าให้คำตอบที่แน่ชัด…