แมนยูจ่อตั้งผู้อำนวยการ จัดเตรียมแต่ง รับตำแหน่งเดียวกันในถิ่นโอลด์

รับตำแหน่ง

รับตำแหน่ง แมนฯ ยูไนเต็ด หฝ่าส์ กัมโปส ผู้อำนวยการบอล ลีลล์ โดย กัมโปส เคยสายตาเฉียบคมจนกระทั่งพบความสามารถพิเศษของนักฟุตบอลอย่าง คีลิจนถึง เอ็มบั๊ปกระเป๋า มาแล้ว
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชมรมดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตั้ง หฝ่าส์ กัมโปส ผู้อำนวยการบอลของ ลีลล์ สมาพันธ์ในศึก ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส เข้ามาเป็นผู้อำนวยการบอลของพวกเขาแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี

ซาตานแดง กลายเป็นข่าวสารเกี่ยวกับการแต่งผู้อำนวยการคนแรกในประวัติศาสตร์ของกลุ่มมานานแล้ว โดยผู้ที่กลายเป็นข่าวสารกับตำแหน่งนั้นมียกตัวอย่างเช่น ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ แล้วก็ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ฯลฯ แต่ว่าจนแล้วจนรอดมันก็ยังไม่มีการเอาคนใดมารับตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการสักครั้ง

สำหรับ กัมโปส นั้น ได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ที่เคยแลเห็นความสามารถพิเศษของนักฟุตบอลฝีเท้าดีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เขาเหล่านั้นยังไม่ดังเท่าใดหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนอยู่กับ อาแอส โมนาโก ดังเช่นว่า คีลิจนถึง เอ็มบั๊ปกระเป๋า ฟาบินโญ่ กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา แล้วก็ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล ฯลฯ แถมยังคุ้นเคยกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คนเดี๋ยวนี้ด้วย

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าที่จริง มูรินโญ่ อยากได้ กัมโปส มาร่วมงานกับเขาตั้งแต่ในช่วงเวลาที่เจ้าตัวยังจับบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว แต่ว่าในขณะนั้น เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด โต้แย้งกับไอเดียดังที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยเหตุว่ากลัวว่ามันจะก่อให้ มูรินโญ่ มีอำนาจด้านในกลุ่มมากเกินความจำเป็น ซึ่งในช่วงเวลานี้ วู้ดเวิร์ด กลับใจแล้ว…

เปิดตัว ขอนแก่น ดาวรุ่งร่วมกองทัพลุยไทยลีก 2

ดาวรุ่งร่วมกองทัพ

ดาวรุ่งร่วมกองทัพ บิ๊กต้อม วัฒนา ช่างเหลา ประธานสมาคมขอนแก่น ยูไนเต็ด ตกลงเซ็นสัญญาพร้อมเปิดตัว เจ้าเจมส์ ศุภแขน ชีกว้าง เซนเตอร์วัยเพียง 17 ปี ผู้ครอบครองความสูง 188 เซนติเมตร ชายหนุ่มลูกหลานชาวขอนแก่นร่วมกองทัพฝ่าไทยลีก 2

สำหรับ ศุภกร ชีกว้าง ส่งผลงานระดับนักฟุตบอลขาสั้นหลายรายการกับ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย อาทิเช่น แชมป์ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ, แชมป์บอลกรมพลศึกษา แชมป์บอล ม.ว.ก.จังหวัดนนทบุรี คัพ รวมทั้งการเล่นให้กับ

หลายสมาพันธ์ เป็นต้นว่า รุ่น ยู-15 กางงค็อก ยูไนเต็ด, ยู-17 อาร์มี่ ยูไนเต็ด และก็ ยู-19 การท่าเรือ เอฟซี ก่อนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของขอนแก่นยูไนเต็ด…

หลังเปิดบ้านชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 วอนแฟนบอลหยุดโห่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เฮดผู้ฝึกสอนกลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขอให้เชื่อมั่นกลุ่ม

หลังเปิดบ้านชนะ

หลังเปิดบ้านชนะ  โซลชาร์ คุมกองทัพอสุรกายแดงเปิดบ้านกระหน่ำ เบิร์นลี่ย์ 4-0 เมื่อคืน อย่างไรก็ดีแฟนบอลกลับแผดเสียงโห่ใส่กระดานบริหารตลอดทั้งเกม

ผมยังคลุมเคลือว่า นักเตะในสนาม ได้ยินมันไหม แม้กระนั้นผมได้ยินมันนะ ชมรมพวกเราควรจับกลุ่มกันไว้เพื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน โซลชาร์ กล่าวข้างหลังจบเกม

ผมอาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ผมมาตรงนี้ผมก็ได้รับการหนุนภายหลังจากผู้ครอบครองกลุ่ม รวมทั้งเอ็ด พวกเขาช่วยเหลือผมมาตลอด ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมต้องการให้ทุกคนสามัคคีกัน

เรายังอยู่ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน พวกเรายังอยู่ในค้างราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ แล้วก็พวกเรายังอยู่ชั้นห้าในลีก พวกเรายังอยู่ในทางอยู่ เราปรับปรุงขึ้นมาจากฤดูที่แล้ว พวกเรายังมียูโรป้า ลีก

พวกเขาเพียงแค่จำต้องเชื่อ เมื่อผมกล่าวว่าพวกเรากำลังทำอะไรหลายแบบที่ดีเยี่ยมๆอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง พวกเรากำลังมุ่งหน้าเพื่อไปสู่แนวทางที่ดี

ทดลองดูกลุ่มของพวกเราวันนี้ อีกทั้งทัศนคติ ทั้งยังการวิ่งขึ้นลงในเกม มันเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มที่จะทำให้พวกเราเดินหน้าไปต่อได้ โซลชาร์ กล่าวตบท้าย

โซลชาร์ วอนแฟนบอล หยุดโห่กระดานบริหาร,ขอให้เชื่อถือกลุ่ม…

เปิดฉากงานโค้ช ดิเอโก ฟอร์ลัน เป็นผู้จัดการทีม เปนญารอล ทีมในลีกจอมโหด

ดิเอโก ฟอร์ลัน

ดิเอโก ฟอร์ลัน ตำนานหัวหอกกลุ่มชาติอุรุกวัย แปลงเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ของสโมสร เปนญารอล ทีมในลีกภูมิลำเนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำนักข่าวเมืองนอกรายงานวันที่ 21 ธันวาคม ว่า ดิเอโก ฟอร์ลัน อดีตกาลนักฟุตบอลชื่อดังของโลกที่เริ่มค้าหน้าแข้งกับทีมอินเดเพนเดียนเต ก่อนย้ายไปเล่นในทวีปยุโรปกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บีญาร์เรอัล, แอตเลตำหนิโก มาดริด แล้วก็ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งชมรมท้ายที่สุดที่เจ้าตัวเล่นด้วยก่อนที่จะประกาศห้อยสตั๊ดในตอนส.ค.ก่อนหน้านี้เป็น คิตฉี กลุ่มดังในลีกประเทศฮ่องกง

ปัจจุบันมีการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วว่า “ฟอร์ลัน” จะหันไปจับงานผู้จัดการทีมให้กับกลุ่มเปนญาคอยล สมาคมบอลในลีกรกราก โดยจะมี ขว้างโบล ฟอร์ลัน พี่ชายของเขาปฏิบัติหน้าที่สตาฟฟ์ในกลุ่ม รวมทั้ง ขว้างโบล ซีเนียร์ ผู้เป็นบิดาปฏิบัติหน้าที่พินิจพิจารณากลยุทธ์เล่น ซึ่งสมัยก่อนหัวหอกที่เคยมาลำแข้งในศึกเจลีก ญี่ปุ่น กับเซเรโซ โอซากา จะเปิดฉากการควบคุมกลุ่มทีแรกในมกราคมที่จะถึงนี้

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/1731223

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

เหลือมยาว

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

เหลือมยาว 5 ม. โผล่ซอยอ่อนนุช 88

มันใหญ่มาก “งูเหลือม” ยาว 5 เมตร โผล่ซอยอ่อนนุช 88 ขณะที่ชาวบ้านเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยประเวศช่วยจับ จากนั้นเตรียมนำส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เหลือมยาว

แฟนเพจเฟซบุ๊ก สถานีดับเพลิงประเวศ โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวน 7 คน กำลังอุ้มงูเหลือมขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า “เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุพระราม 199 เหตุบริการประชาชน จับงูเหลือมยาวประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรียบร้อย สถานที่เกิดเหตุ ซอยอ่อนนุช 88 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ”

เหลือมยาว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตอนนี้ได้พา งูเหลือม 5 เมตร มาอยู่ที่สถานี จากนั้นจะนำส่งให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่บางเขน.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก สถานีดับเพลิงประเวศ

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

รัชกาลที่

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ร่วมน้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยอดทีมแดนผู้ดี ร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 13 ต.ค.62 “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่างเป็นทางการของสโมสร ที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 73 ล้านคน.

รัชกาลที่

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว 1 สัปดาห์ ผลวิจัยเผย สุขภาพทางกายและจิตใจดีขึ้น

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

ในปัจจุบัน โซเชียลมีเดียต่างแทรกซึมเข้าไปในเกือบทุกอณูของชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงและติดต่อกับผู้อื่นได้เหนือสถานที่และกาลเวลา การรับรู้ข่าวสารประจำวัน และอื่น ๆ จนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าจะเอาเวลาไปทำอะไร เมื่อต้องหยุดใช้โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาแกรม เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันหลายวัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีกระแสข่าวมากมายที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของเฟซบุ๊ก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเคมบริดจ์ อนาไลติกา หรือ การแอบฟังผู้ใช้งานผ่านเฟสบุ๊กเมสเซนเจอร์ (Facebook messenger) ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการใช้โซเชียลมีเดียส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากเพียงใด และจากกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดข้อเสนอว่าผู้คนควรยุติการใช้เฟซบุ๊กหรือใช้เวลากับเฟซบุ๊กให้น้อยลง

จากการศึกษาผ่านนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวนกว่า 1,769 คน พบว่า ในกลุ่มนักศึกษาที่ทดลองหยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์นั้น จะได้รับข่าวสารน้อยลง มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีการประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กสูงขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ยังไม่ได้มีการหยุดใช้เฟซบุ๊ก

หยุดใช้เฟซบุ๊กเสพข่าว

บทความทางวิชาการที่ทำการศึกษาข้างต้นมีชื่อว่า The economic effects of Facebook ซึ่งเพิ่งถูกเผยแพร่

ในวารสารเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองระหว่างประเทศในในอาทิตย์นี้ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวมีคณะผู้ศึกษาคือโรแบร์โต โมสเกรา จากมหาวิทยาแห่งอเมริกาของเอกวาดอร์ (Ecuador’s Universidad de las Americas) โมฟิโอลูวาซาเดมิ โอดูโนโว เทรนท์ แมกนามารา เสี่ยวเฟ่ย โกว และ เรแกน แพทรี จากมหาวิทยาลัยเทกซัส เอแอนด์เอ็ม โดยเป็นการมุ่งศึกษามูลค่าเชิงเศรษฐกิจของการใช้เฟซบุ๊กสำหรับผู้ใช้งานและผลกระทบเกี่ยวกับการรับรู้ข่าวสาร สุขภาพ และกิจกรรมทั่วไป

การศึกษาจะแบ่งกลุ่มนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มนักศึกษาที่ต้องหยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มสามารถใช้งานเฟซบุ๊กได้ตามปกติ และหลังจากนั้นคณะวิจัยจะให้นักศึกษาในแต่ละกลุ่มประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กอีกครั้งหลังจากการทดลอง

โดยปกติแล้วผู้กลุ่มตัวอย่างใช้เวลาเล่นเฟซบุ๊กเฉลี่ย 1.9 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ บนเฟซบุ๊ก

ผลจากการทดลองหยุดใช้เฟซบุ๊ก

จากการศึกษา พบว่ากลุ่มนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กเป็นการชั่วคราว มีการรับรู้ข่าวสารที่ลดน้อยลง และ

ไม่ได้ทดแทนการติดตามข่าวสารจากเฟซบุ๊ก ด้วยการติดตามข่าวสารจากช่องทางดั้งเดิม (Traditional Media) เช่น สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือ วิทยุ

“โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมการศึกษาที่อยู่ในกลุ่มหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวบริโภคข่าวสารได้น้อยลง โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานคือ 0.64 (ค่าความน่าจะเป็น <0.05) และผลการศึกษานี้ครอบคลุมไปถึงข่าวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข่าวกีฬา การเมือง หรือการรายงานสภาพอากาศ”

นอกเหนือจากการได้รับข่าวสารน้อยลงแล้ว นักศึกษาในกลุ่มที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราว ยังพบว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ไปรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง มีแรงจูงใจในการซื้อสิ่งต่าง ๆ น้อยลง และใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น อีกทั้งยังพบว่าการหยุดใช้เฟซบุ๊กยังทำให้มีความเครียด หรือ ความกดดันดันลดน้อยลงอีกด้วย

“ผลการศึกษาของเราชี้ว่าการใช้เฟซบุ๊กทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้าได้” นอกจากนี้ คณะผู้ศึกษายังกล่าวอีกว่า สาเหตุที่นักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวมีความเครียดลดลงอาจเป็นเพราะพวกเขาได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น และอาจจะเป็นเพราะพวกเขาอ่านข่าวหรือรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ น้อยลง

ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น ผู้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ได้ประเมินคุณค่าของเฟซบุ๊กเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงก่อนที่ยังไม่ได้หยุดใช้ถึงร้อยละ 20 ซึ่งคณะผู้ศึกษาได้อธิบายผลการศึกษาดังกล่าวไว้ว่าเป็นเพราะ การใช้เฟซบุ๊กนั้นก่อให้เกิดการเสพติด (addiction) ทำให้เมื่อให้หยุดใช้นานเท่าไหร่ คนที่เข้าร่วมการศึกษาจะยิ่งประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะมีความอยากกลับไปใช้เพิ่มสูงขึ้น

หรือสาเหตุอื่น ๆ เช่น กลุ่มตัวอย่างต้องการค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการหยุดใช้เฟซบุ๊กอีกหนึ่งอาทิตย์ หรือ เหตุผลที่ว่าการมีอารมณ์ที่ดีขึ้นหรือการมีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่สามารถทดแทนการเข้าถึงข่าวสารที่น้อยลงได้

ผลการศึกษาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ NYU ที่เพิ่งเผยแพร่ไปเมื้อต้นปีนี้ ที่ศึกษาพบว่าผู้ใช้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กมีสุขภาพที่ดีขึ้นและรับรู้ข่าวสารได้น้อยลง

การตระหนักรู้ในข่าวสาร

นอกจากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวและการประเมินมูลค่าของเฟซบุ๊กแล้วนั้น คณะผู้ศึกษายังได้วัดการตระหนักรู้เกี่ยวกับข่าวของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีวิธีการศึกษาดังต่อไปนี้

ก่อนหน้าที่จะทำการสำรวจหนึ่งสัปดาห์ คณะผู้ศึกษาได้ทำการรวบรวมพาดหัวข่าวของข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของสหรัฐอเมริกาจำนวน 11 สำนักข่าว เช่น หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ หนังสือพิมพ์เดอะวอร์ชิงตันโพส และหนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์ เป็นต้น และรวบรวมพาดหัวข่าวของ เบรตบาร์ตนิวส์ (Breitbart news) สำนักข่าวฝ่ายขวาสุดโต่งของสหรัฐอเมริกา เป็นตัวแทนของสำนักข่าวที่มีการพาดหัวข่าวแบบบิดเบือน โดยในช่วงนั้นที่ทำการรวบรวมนั้นไม่มีข่าวที่เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ อย่าง การกราดยิงครั้งใหญ่ หรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

จากนั้นกลุ่มตัวอย่างจะได้อ่านพาดหัวข่าวของ 6 สำนักข่าวกระแสหลักที่ถูกเลือกมาโดยการสุ่ม และอีกหนึ่งพาดหัวข่าวจากสำนักข่าวที่มักจะบิดเบือนหัวข้อข่าวหรือเนื้อหาของข่าว หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมการศึกษาต้องทำแบบทดสอบโดยจะถูกถามว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นจริง โดยพาดหัวข่าวของสำนักข่าวกระแสหลัก 2 ข่าวจะถูกเปลี่ยนเล็กน้อย แต่พาดหัวข่าวที่เหลือได้ปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ จริง

ผลการศึกษาจากการแบบทดสอบเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของข่าวของนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวพบว่า “การหยุดใช้เฟซบุ๊กชั่วคราวไม่มีผลกระทบกับการตระหนักรู้ของข่าวที่มาจากสำนักข่าวกระแสหลัก” กล่าวคือ เมื่อถามนักศึกษากลุ่มดังกล่าวว่า พาดหัวข่าวของสำนักข่าวกระแสหลักนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ การหยุดใช้เฟซบุ๊ก ไม่ได้ทำให้พวกเขาตอบถูกมากขึ้นหรือน้อยลง

แต่ในกรณีของสำนักข่าวที่มักจะมีพาดหัวข่าวที่บิดเบือน เช่น เบรตบาร์ตนิวส์พบว่า “กลุ่มนักศึกษาที่หยุดใช้เฟซบุ๊กหนึ่งสัปดาห์ร้อยละ 22.1 มีแนวโน้มที่ไม่มั่นใจเกี่ยวกับพาดหัวข่าวของสำนักข่าวเบรตบาร์ต ทั้งข่าวปกติทั่วไป และข่าวการเมือง”

กล่าวในอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่หยุดใช้เฟซบุ๊กหนึ่งอาทิตย์มีความสามารถในการแยกแยะข่าวปลอมเท่ากับก่อนหน้าที่ไม่ได้หยุดใช้ แต่กลับมีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับพาดหัวข่าวหรือข่าวของสำนักข่าวที่บิดเบือนอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะตอบคำถามว่า “ไม่รู้” (ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่) มากกว่าให้คำตอบที่แน่ชัด…

สเปนประท้วง หลังมีหญิงถูกคนรักฆ่ากว่า 19 ราย ใน 3 เดือน

สเปนประท้วง หลังมีหญิงถูกคนรักฆ่ากว่า 19 ราย ใน 3 เดือน

สเปนประท้วง

สเปนประท้วง

ชาวสเปนในกว่า 250 เมืองออกมาประท้วงบนท้องถนนเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 หลังเกิดเหตุข่มขืนติด ๆ กัน และมีเหตุหญิงถูกคนรักหรืออดีตคนรักฆ่าตายติด ๆ กัน 19 รายในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ที่ผ่านมา บาคาร่า

ผู้จัดการประท้วงเรียกร้องให้ประชาชนออกมาจากบ้าน โดยใส่เสื้อสีม่วงซึ่งเป็นสีประจำการเคลื่อนไหวเพื่อผู้หญิง เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจและสื่อสเปนหันมาสนใจปัญหาเรื่องนี้

เมืองใหญ่ต่าง ๆ เช่น มาดริด บาร์เซโลนา บาเลนเซีย บิลเบา เซบีญ่า และเมืองอื่น ๆ มีคนออกมามากมายตั้งแต่เวลา 20.00 น.

ตั้งแต่ต้นปี 2562 มีสถิติหญิงถูกคนรักฆ่าตายในความรุนแรงในครอบครัว 42 ราย ทำให้บุตร 32 คนขาดแม่ ทำให้ยอดสะสมตั้งแต่ปี 2546 อยู่ที่ 1,017 คน

สเปนประท้วง

กลุ่มเฟมินิสต์ อีเมอร์เจนซี (Feminist Emergency) แกนนำการประท้วงกล่าวว่า นี่เป็นฤดูร้อนที่ถูกครอบงำด้วยความป่าเถื่อน การฆาตกรรม ข่มขืน ทำร้าย ใคร่เด็ก และลงแขก”

“ความรุนแรงทางเพศของสามเดือนนี้ย่ำแย่ที่สุดในรอบสิบปี เราปล่อยให้โรงเรียนเปิดเทอมหรือสภาเปิดทำการเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ นี่คือสถานการณ์ฉุกเฉิน”

เปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ของสเปนออกมาทวีตแสดงความสนับสนุน กล่าวว่า “ท้องถนนในประเทศเราจะสว่างไสวเพื่อป้องกันความรุนแรงที่เกิดจากความคิดทางเพศ”

สเปนประท้วง

อย่างไรก็ดีไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ พรรค Vox ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่กำลังได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นในสเปนเสนอนโยบายเพิกถอนกฎหมายเพื่อคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และเรียกกลุ่มผู้ประท้วงว่า “เฟมิ-นาซี”…

อันตราย นอนน้อยเสี่ยงป่วย 6 โรค

อันตราย นอนน้อยเสี่ยงป่วย 6 โรค

อันตราย นอนน้อยเสี่ยงป่วย 6 โรค

นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หลับ ๆ ตื่น ๆ อาจเสี่ยงเป็นถึง 6 โรคได้ บาคาร่า

อันตราย

1.โรคหัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
งานวิจัยทดลองในกลุ่มคนไม่ได้นอนเป็นเวลา 88 ชั่มโมง พบว่ามีความดันเลือดที่สูงมากผิดปกติ

และในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 60 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า

2.โรคมะเร็งลำไส้
งานวิจัยพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า6 ชั่วโมง ถึง 47% มีอาการของมะเร็งลำไส้ มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป

3.โรคเบาหวาน
คนที่เป็นโรคเบาหวานหากนอนไม่พอ จะทำให้กลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้น และหากนอนไม่พอร่างกายจะเกิดภาวะร่างกายดื้ออินซูลินได้

4.โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง
หากเข้านอนใช้เวลา 30 นาทีก่อนจะหลับ การหลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน หรือการตื่นกลางดึกแล้วไม่สามารถหลับต่อได้ หากมีอาการเหล่านี้

1 เดือนถือเป็นอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง

5.โรคอ้วน
งานวิจัยพบว่า คนที่นอนน้อยกว่า7 ชั่วโมงต่อวัน มีแนวโน้มที่น้ำหนักตัวจะมากขึ้น และเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้สูงกว่าคนที่นอนมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน

6.โรคซึมเศร้า
อาการนอนไม่หลับเป็นอาการที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะซึมเศร้าอย่างเด่นชัด เป็นอาการที่พบได้เป็นอันดับแรกของโรคซึมเศร้า…

ศาลฝรั่งเศส ตัดสินว่า การเสียชีวิตขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ ให้ถือเป็น อุบัติเหตุจากการทำงาน

ศาลฝรั่งเศส

ศาลฝรั่งเศส ตัดสินว่า การเสียชีวิตขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ ให้ถือเป็น อุบัติเหตุจากการทำงาน

ศาลฝรั่งเศส ตัดสินว่า การเสียชีวิตขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ ให้ถือเป็น อุบัติเหตุจากการทำงาน

ศาลอุทธรณ์ของฝรั่งเศสตัดสินว่า การเสียชีวิตขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ ระหว่างการเดินทางไปทำงานต่างเมือง ให้ถือเป็น “อุบัติเหตุจากการทำงาน” แม้จะเป็นการเสียชีวิตหลังเวลาการทำงาน และไม่ได้เสียชีวิตในสถานที่ทำงานก็ตาม บาคาร่า

ศาลฝรั่งเศส

สำนักข่าวยูโรนิวส์รายงานว่า คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีการฟ้องร้องคดีระหว่างบริษัท TSO บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างกับหน่วยงานประกันสังคม จากกรณีที่ช่างเทคนิคด้านความปลอดภัยชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงนิรนาม ระหว่างการเดินทางไปทำงานในเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า ชายคนนี้ไปมีเซ็กซ์กับผู้หญิงคนหนึ่งที่บ้านของเธอ แล้วกลับไปที่โรงแรมของตัวเอง ก่อนที่จะหัวใจวาย แต่ก็คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการมีเซ็กซ์

บริษัท TSO ซึ่งเป็นนายจ้างของผู้ตาย โต้แย้งบนชั้นศาลว่า บริษัทไม่ควรต้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากการเสียชีวิตของชายคนนี้ เนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลังเวลาทำงานของผู้ตาย และเขาไม่ได้เสียชีวิตในห้องของโรงแรมที่บริษัทจองไว้ให้เขาอีกด้วย การเสียชีวิตเกิดขึ้นโดยที่พนักงานไปทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากตารางงาน โดยที่รู้ตัวอยู่แล้วว่า “การไปเป็นชู้กับคนแปลกหน้า” เป็นการหาประโยชน์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน

อย่างไรก็ตาม โฆษกศาลอุทธรณ์ฝรั่งเศสเปิดเผยกับสำนักข่าวยูโรนิวส์ว่า กฎหมายของฝรั่งเศสมาตรา L 411-1 ว่าด้วยเรื่องของประกันสังคม ได้กำหนดไว้ว่า อุบัติเหตุจากการทำงานเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่ทำงาน และงานในบริบทนี้ก็อ้างอิงถึงเวลาการทำงานจริงในที่ทำงานประจำ หรือในเวลาที่ลูกจ้างเดินทางไปทำงานให้กับนายจ้าง

โฆษกของศาลอธิบายว่า ในคดีนี้ ลูกจ้างเดินทางไปทำงานให้นายจ้าง ซึ่งคิดรวมเวลาที่ลูกจ้างต้องอุทิศให้นายจ้าง ทั้งเวลาในการเดินทาง การทำงานช่วงระหว่างวัน และช่วงเวลาพักผ่อนระหว่างการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงช่วงเวลากลางคืนที่ลูกจ้างจะไม่ได้อยู่ที่บ้านของตัวเอง

ดังนั้น ช่วงเวลาทั้งหมดของการเดินทางไปทำงานต่างเมือง ผู้ตายยังอยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า ผู้ตายเอาเวลางานไปทำกิจกรรมที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในกรณีนี้ ผู้พิพากษาชี้ให้เห็นว่า การมีเซ็กซ์ก็เป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน” เหมือนกับการอาบน้ำหรือกินข้าว และแม้อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นนอกห้องที่นายจ้างจองไว้ให้พนักงานก็ไม่ได้ทำให้เขาอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของนายจ้าง

กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติของฝรั่งเศสระบุว่า คู่ชีวิตของคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการทำงานจะได้รับเงินบำนาญมากถึงร้อยละ 40 ของรายได้รายปีของผู้ตาย และประกันจะสมทบค่าจัดงานศพ และคู่ชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่ 1 ครั้งประมาณ 3,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 116,000 บาท…