จับบิ๊กไบค์ยกล้อกลางถนนหลวง

จับบิ๊กไบค์ยกล้อกลางถนนหลวง

จับบิ๊กไบค์ยกล้อกลางถนนหลวง

จับบิ๊กไบค์ยกล้อกลางถนนหลวง

จับบิ๊กไบค์ยกล้อกลางถนนหลวง ศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาจำคุกหนุ่มไบค์เกอร์ซิ่งยกล้อบนถนนหลวง พร้อมพวกรวม 3 คน เป็นเวลา 3 ปี ปรับเงิน 2,000 บาท บำเพ็ญประโยชน์ 24 ชม. พร้อมยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 3 คันแต่โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี

จากกรณีโลกโซเชียลแชร์โพสต์และคลิปวีดีโอกลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์กว่า 10 คนรวมกลุ่มขับยกล้อบนถนนหลวงสายหลักทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งที่มีรถของประชาชนคนอื่นๆใช้ถนนอยู่ด้วย

ต่อมา นายภุชงค์ นามจันทร์ดี อายุ 26 ปีพร้อมพวกซึ่งเป็นเยาวชนอีก 2 คน เข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และขอโทษสังคมที่ทำไปโดยไม่คิด ตำรวจแจ้งไป 3 ข้อหา คือขับขี่รถขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขับรถประมาท หวาดเสียวอันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือ ทรัพย์สิน และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล่าสุดศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาตัดสินคดีแล้วให้ทั้ง 3 คน รับโทษจำคุก 3 ปี ปรับคนละ 2,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้ง 3 รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาศาลจึงพิจารณาตัดสินให้จำคุก 3 ปี รอลงอาญา 1 ปีบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 24 ชม. พร้อมยึดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ทั้ง 3 คัน โดยในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ทั้ง 3 คน จะต้องเดินทางไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่น ถนนหน้าศูนย์ราชการตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนประสานงานดับ2

เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนประสานงานดับ2

เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนประสานงานดับ2

เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนประสานงานดับ2

เก๋งซิ่งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนประสานงานดับ2 เมื่อเวลา01.30น. ร้อยเวรสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุรถชนจำนวน 3 คัน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณช่องด่วนถนนบรมราชชนนี(ขาออก) แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยในที่เกิดเหตุบนถนนบรมราชนนี เป็นถนน 3 เลน ช่องเลนด่วนช่วงตอม่อสะพานที่29 บริเวณเลนกลางพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นบริโอ้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 3 กว 7088 กทม สภาพรถประตูฝั่งคนขับหลุดกระเด็น กระจกแตกทั้งคัน หลังคาเปิด ยางรถแตกทั้ง 4 ล้อ ภายในรถพบร่างนายวัศพล จิตเที่ยงแท้ 21 ปี นั่งอยู่ที่เบาะคนขับ และนายพรหมณ์ สุดเจริญ 31 ปี นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ทั้ง 2 คนเสียชีวิตคาเบาะรถ บริเวณด้านหน้ารถยนต์ยังพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กบ 5170 นครศรีธรรมราช สภาพรถล้อหน้าฝั่งขวาแตก ห้องเครื่องยนต์พังเสียหาย โดยมีนายเสรี ศรีวารินทร์ อายุ31ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนเจ้าหน้าที่ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรพ.ธนบุรี ห่างออกไปอีก 200 เมตร เลนซ้ายสุดพบรถแท็กซี่ส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลล่า สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน มฉ 7496 กรุงเทพมหานคร สภาพรถกระโปรงหน้ารถฝั่งขวายุบ กระจกหน้าฝั่งขวาแตก ประตูฝั่งคนขับยุบ โดยมีนายบุญพา เอี่ยมสี อายุ 66 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บกระจกบาดตามแขนขวาเล็กน้อย

จากการสอบสวนนายบุญพา กล่าวว่าตนกำลังจะไปส่งผู้โดยสาร 2 คน แถวถนนราชพฤกษ์เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุขณะนั้นตนขับรถอยู่เลนซ้ายสุดเห็นรถยนต์ฮอนด้าซึ่งขับอยู่อีกฝั่งถนนพุ่งข้ามเกาะกลางมาชนรถตน ตนจึงพยายามประคองรถให้จอดสนิทก่อนที่ตนจะลงมาดูและพบว่ารถยนต์ดังกล่าวได้ชนกับรถกระบะอีกคันหนึ่งก่อนจะหยุดแน่นิ่ง

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ใดเนื่องจากต้องทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และต้องทำการสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์และผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนศพนำส่งนิติเวชรพ.ศิริราชฯ ก่อนจะทำการประสานญาติให้มารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

พ้นขีดอันตรายแล้ว ผู้ต้องขังกระโดดลงหลังคาโรงอาหาร

พ้นขีดอันตรายแล้ว

พ้นขีดอันตรายแล้ว

พ้นขีดอันตรายแล้ว

พ้นขีดอันตรายแล้ว กรณีที่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกระบี่ ปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงอาหารของเรือนจำ และกระโดดทิ้งตัวลงไปบนหลังคา จนกระเบื้องหลังคาแตกและตกลงไปได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแต่อาการยังสาหัส ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างรอสอบสวน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ มีชาวบ้านถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ได้ เห็นว่ามีชายคนหนึ่งขึ้นไปอยู่บนหลังคาโรงอาหารของเรือนจำจังหวัดกระบี่ ซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร เดินไปเดินมา ก่อนจะกระโดดทิ้งตัวลงไปบนหลังคา จนกระเบื้องหลังคาแตก และตกลงไปด้านล่างได้รับบาดเจ็บ และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกระบี่ ตรวจสอบอาการล่าสุดพบว่ามีบาดแผลที่เข่าข้างซ้าย หางคิ้วขวาแตก กระดูกสะโพกขวาร้าวและผิดรูป อาการถือว่าสาหัส ยังต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลกระบี่ นายนเรศ แก้วเฉย ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่ บอกกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่าผู้ต้องขังรายนี้ชื่อนายอุดร มัดเหย่ อายุ 35 ปี ถูกจับและส่งมายังเรือนจำ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในคดีเสพน้ำใบกระท่อม อยู่ในเรือนจำได้ 4 วัน กระทั่งเมื่อเย็นวานนี้ช่วงที่เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ต้องขังเข้าเรือนนอน นายอุดรกลับปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงอาหาร ด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด เจ้าหน้าที่เรือนจำ และเพื่อนผู้ต้องขังช่วยกันเกลี่ยกล่อมแต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งก่อเหตุดังกล่าวขึ้นสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าจะเกิดจากความเครียด แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด อยู่ระหว่างรอสอบสวนผู้ต้องขัง และญาติ ๆ ส่วนหลังคาโรงอาหารของเรือนจำได้รับความเสียหาย คือกระเบื้องหลังคาแตกไป 2 แผ่น ซึ่งทางเรือนจำได้ทำการซ่อมเรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เฝ้าระวังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงอีกรอบ

เฝ้าระวังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงอีกรอบ

เฝ้าระวังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงอีกรอบ

เฝ้าระวังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงอีกรอบ

เฝ้าระวังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงอีกรอบ วันนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล กลับมาเพิ่มสูงเกินค่ามาตรฐานอีกครั้ง ถึง 24 พื้นที่จากสภาพอากาศปิด ซึ่ง กทม.ประสานกองทัพอากาศบินโปรยน้ำที่เขตบางเขนแล้ว

เมื่อเวลา 14.30 น.เครื่องบินจากกองทัพอากาศได้ขึ้นบินโปรยละอองน้ำ 2 ลำ บรรจุน้ำ ลำละ 3,000 ลิตร ขึ้นบินในเส้นทางถนนพหลโยธิน วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นที่เขตบางเขนซึ่งมีค่าฝุ่นละอองสูงสุดตลอดทั้งวัน จากนั้นจะขึ้นบินในวันพรุ่งนี้อีก 4 ลำ แบ่งเป็นช่วงเช้า 2 ลำ บ่ายอีก 2 ลำ ในเขตบางเขนและวังทองหลาง เพื่อหวังลดปริมาณฝุ่นสะสมจากสภาพอากาศปิด ผลตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในรอบ 24 ชั่วโมงของ กทม.และกรมควบคุมมลพิษ ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา พบว่า มี 21 เขต กทม.ที่เกินมาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ ส่วนบางเขน สูงสุดอยู่ที่ 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ปริมณฑลเกินค่าอยู่ 3 จุด ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ,กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร,และพระประแดง จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เตือนให้เฝ้าระวังความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากจีนแผ่ปกคลุมทำให้ กทม.มีสภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมีผลให้ฝุ่นเล็กฟุ้งกระจาย โดยกระแสลมใน กทม.วันนี้อยู่ที่ 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ทวงเงินผ่านเฟสบุ๊กถูกฟ้องกลับส่อแววติดคุก

ทวงเงินผ่านเฟสบุ๊กถูกฟ้องกลับส่อแววติดคุก

ทวงเงินผ่านเฟสบุ๊กถูกฟ้องกลับส่อแววติดคุก

ทวงเงินผ่านเฟสบุ๊กถูกฟ้องกลับส่อแววติดคุก

ทวงเงินผ่านเฟสบุ๊กถูกฟ้องกลับส่อแววติดคุก อุทาหรณ์สำหรับเจ้าหนี้ ต้องระวังการโพสต์ทวงนี้ทางเฟซบุ๊ก อาจงานเข้าเหมือนน้องรายหนึ่งที่ใจดีให้เงินรุ่นพี่ยืมไปจ่ายค่าหอ 700 บาท แต่ถูกเบี้ยว หนีหายไม่ตอบแชท พอโพสต์เฟซบุ๊กทวงถูกลูกหนี้ฟ้องกลับ ส่อแววจะติดคุก หมดอนาคตที่อยู่ระหว่างเตรียมสอบนายสิบ

เพจเฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2 โพสต์เรื่องราวสุดเศร้าของวัยรุ่นชายคนหนึ่ง หลังใจดีให้เพื่อนรุ่นพี่ยืมเงินไปจ่ายค่าหอ แต่รุ่นพี่เบี้ยวไม่คืนเงินตามกำหนด โพสต์ภาพแชทที่คุยกันในเฟซบุ๊ก เพื่อทวงเงิน 700 บาท ปรากฏว่า มีเพื่อนมากดไลค์ กดแชร์เป็นจำนวนมาก แถมยังมีเจ้าหนี้อีกรายหลายมาแสดงตัว แต่สุดท้ายถูกลูกหนี้แจ้งความกลับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จนตอนนี้ชีวิตเจ้าหนี้แทบหมดอนาคตทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ คุณธนภัทร ศรีกระจ่าง ไปพูดคุยกับเจ้าหนี้รายนี้ เป็นเยาวชนชายอายุ 18 ปี เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรุ่นพี่ที่รู้จักกันคนหนึ่ง ทักแชทเฟซบุ๊กมาขอยืมเงิน ไปจ่ายค่าหอ ซึ่งตัวเขาเองมีเงินในบัญชี 1,200 บาท รุ่นพี่จึงออกปากขอยืมเงินจำนวน 700 บาท ด้วยความหวังดีและเชื่อใจ จึงตัดสินใจให้ยืมเงิน ทั้งที่ตัวเองจะเหลือเงินเพียง 500 บาท เท่ากับว่า มีเงินเหลืออยู่น้อยกว่าที่ให้รุ่นพี่ยืมไปอีก โดยรุ่นพี่ให้สัญญาว่าจะคืนเงินในวันถัดมา คือวันที่ 2 สิงหาคม เวลา 11.00 น.เมื่อถึงเวลานัด จึงทักแชทไปถามลูกหนี้ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าติดธุระ ทำให้ต้องทวงถามเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม รุ่นพี่ส่งข้อความมาบอกว่า จะโอนเงินให้ภายในเที่ยงคืน หากไม่คืน ยินดีให้น้องไปโพสต์เฟซบุ๊กประจานได้เลย จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายก็ยังไม่คืนเงิน ตนจึงตัดสินใจโพสต์ภาพแชทในช่วงเช้าวันต่อมา เป็นข้อความที่คุยกันเรื่องการยืมและคืนเงิน พร้อมเขียนข้อความว่า ให้ภาพบรรยาย จากนั้นก็มีเพื่อนๆ ที่รู้จักเข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งหลายคนระบุว่า โดนรุ่นพี่คนดังกล่าวขอยืมเงินอ้างว่าจะไปจ่ายค่าหอเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ไม่คืนเงิน ก็ไม่คิดว่าความใจดีของตัวเอง จะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต จนตอนนี้แทบหมดอนาคต เพราะอาจไม่มีโอกาสสอบเข้านายสิบ ตามที่ใฝ่ฝันไว้ทางด้านพี่สาวของเจ้าหนี้รายนี้ เปิดเผยว่า หลังน้องชายโพสต์เฟซบุ๊กทางเงิน ลูกหนี้ก็คืนเงินให้ ซึ่งเจ้าหนี้รายอื่นๆ ก็ได้รับเงินคืนเช่นกัน แต่ต่อมาน้องชายกลับถูกลูกหนี้ แจ้งความกับตำรวจในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำให้น้องชายต้องถูกดำเนินคดี จนกระทั่งต้องเข้าสอบปากคำ พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานพินิจ ที่ผ่านมาได้พยายามเจรจากับคู่กรณี แต่คู่กรณียืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งทางครอบครัวเกิดความกังวล เกรงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้น้องชายหมดอนาคต เนื่องจากต้องคดีอาญา ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมตัวสอบเข้านายสิบ คุณสมบัติอาจไม่ผ่านเพราะมีคดี จนหมดกำลังใจในการสอบ ซึ่งที่ผ่านมายืนยันว่าน้องชายเป็นคนดี เป็นนักกีฬา ชอบช่วยเหลือคนอื่น จึงให้รุ่นพี่ยืมเงิน ไม่คาดฝันว่า จะถูกดำเนินคดีเพราะความใจดีที่ให้ยืมเงินแล้วทวงเงินผ่านเฟซบุ๊กทางด้านนายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ นักกฎหมายชื่อดัง บอกว่า การกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ไม่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ทวงหนี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ประกอบการเป็นกิจธุระ ส่วนการทวงหนี้บนเฟซบุ๊ก หากมีการเปิดเผยระบุตัวตนอย่างแน่ชัด อาจเป็นการทำให้ผู้อื่นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แนะนำว่าการโพสทวงหนี้ไม่ควรโพสต์ ในลักษณะประจาน และควรคิดให้หนักก่อนให้ผู้อื่นยืมเงิน ว่ามีโอกาสได้คืนหรือไม่ และจะมีวิธีการทวงอย่างไรโดยคดีนี้เจ้าหนี้วัย 18 ปี ถูกแจ้งความดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสู้คดีในชั้นศาล

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com